ทำไมยิงแอดคลินิกแล้วยอดไม่ขึ้น?

ถ้าคุณกำลังจ่ายค่าแอดอยู่ทุกเดือน แล้วรู้สึกว่ามันไม่คุ้ม — บทความนี้เขียนมาให้คุณโดยเฉพาะ
ผมเจอเจ้าของคลินิกมาหลายร้อยคน และปัญหาที่ได้ยินซ้ำมากที่สุดคือประโยคนี้
“เปลี่ยนคนยิงแอดมาแล้วหลายเจ้า ยอดก็ยังไม่ขึ้น”
บางคนเปลี่ยนมาแล้ว 5 เจ้า บางคนเผาเงินไปหลักแสนโดยไม่รู้ว่าหายไปไหน และที่น่าเศร้ากว่านั้นคือ หลายคนเริ่มคิดว่าตัวเองทำธุรกิจไม่เป็น ทั้งที่จริงๆ แล้วปัญหามันไม่ได้อยู่ที่แอดเลย
ความเข้าใจผิดที่ทำให้คลินิกเสียเงินฟรีทุกเดือน
เวลายอดไม่ขึ้น สิ่งแรกที่เจ้าของคลินิกทำคือโทษแอด แล้วก็เปลี่ยนคนยิงใหม่ วนซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
แต่ความจริงคือ แอดเป็นแค่ประตูที่ดึงคนเข้ามา ถ้าข้างในพังอยู่แล้ว ดึงคนเข้ามาเพิ่มก็ไม่ช่วยอะไร
ลองนึกภาพนี้ คุณเปิดร้านอยู่ มีคนเดินเข้ามาทุกวัน แต่ไม่มีใครซื้อ คุณจะไปจ้างคนแจกใบปลิวเพิ่มไหม? หรือจะหันกลับมาดูก่อนว่าทำไมคนที่เดินเข้ามาแล้วถึงไม่ซื้อ?
คลินิกส่วนใหญ่เลือกแบบแรก จ้างคนแจกใบปลิวเพิ่มทุกครั้งที่ยอดไม่ดี
3 จุดที่ต้องเช็กก่อนแตะแอด

จากประสบการณ์ที่ทำงานกับคลินิกมากกว่า 100 เคส ผมพบว่าปัญหายอดไม่ขึ้นมักซ่อนอยู่ใน 3 จุดนี้
จุดที่ 1 — ราคาต่อข้อความดี แต่อัตราการนัดต่ำ
ราคาต่อข้อความ หรือ Cost per Message คือตัวเลขที่ Agency มักเอามาโชว์ว่าแอดทำงานได้ดี แต่ตัวเลขที่สำคัญกว่าคือ มีคนทักกี่คนที่นัดได้จริง?
ถ้าราคาต่อข้อความอยู่ที่ 200 บาท แต่มีแค่ 10% ที่นัดได้จริง ต้นทุนต่อการนัดจริงๆ คือ 2,000 บาทต่อคน ซึ่งอาจไม่คุ้มเลยสำหรับบาง Treatment
ดังนั้นก่อนจะบอกว่าแอดดีหรือไม่ดี ต้องรู้ตัวเลขนี้ก่อน
จุดที่ 2 — ทีมแชทปิดได้กี่เปอร์เซ็นต์
นี่คือจุดที่รั่วมากที่สุด และไม่มีใครพูดถึง
คลินิกหนึ่งที่ผมเคยช่วยมีคนทักเข้ามาวันละ 30-40 คน แต่ทีมรับแชทปิดได้แค่ 8-10% เพราะไม่มี Script ที่ชัดเจน ตอบแบบนึกเองทุกครั้ง ลูกค้าถามราคาแล้วหาย ไม่มีระบบติดตามเลย
พอแก้วิธีตอบและระบบการติดตาม อัตราปิดขยับขึ้นมาเป็น 25% ทันที โดยที่ไม่ได้แตะแอดเลยสักบาท
จุดที่ 3 — ยอดขายจริงต่อเงินที่จ่ายไป
Agency หลายเจ้ารายงานราคาต่อข้อความต่ำให้ดูดี แต่ราคาต่อข้อความต่ำไม่ได้แปลว่าได้เงิน
ตัวเลขที่ต้องดูคือ ยิงแอดไป 1 บาท ได้ยอดขายกลับมาเท่าไหร่ ถ้าตอบไม่ได้ แปลว่ายังไม่มีระบบวัดผลที่ถูกต้อง และก็ไม่มีทางรู้ว่าแอดทำงานได้จริงหรือเปล่า
เคสจริง: จาก 4 เคสต่อเดือน เป็น 72 เคสใน 4 เดือน

คลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่งมาหาผมด้วยปัญหาเดิม ยิงแอดอยู่แต่ยอดไม่ขยับ เปลี่ยนคนยิงมาแล้ว 5 เจ้า
เราไม่ได้เริ่มที่แอด เราเริ่มที่การหาก่อนว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
พบว่าปัญหาหลักอยู่ที่ 2 จุด Content ไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ลูกค้าจริงๆ เป็นห่วง และทีมแชทไม่มีวิธีรับมือเวลาลูกค้าบอกว่าแพง
หลังแก้ 2 จุดนี้ เดือนที่ 2 ยอดขึ้นมาที่ 40 เคส เดือนที่ 4 ปิดที่ 72 เคส โดยที่งบแอดเพิ่มขึ้นไม่มาก
ผมไม่ได้เก่งกว่า Agency คนก่อน แค่เริ่มต้นที่การหาว่าปัญหาอยู่ตรงไหนก่อน
คำถามที่เจ้าของคลินิกถามบ่อย

ต้องใช้งบแอดเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล?
ไม่มีตัวเลขตายตัวครับ คลินิกที่ผมเคยช่วยบางเจ้าใช้งบแค่ 4,000-5,000 บาท แต่ได้ยอดขายกลับมาสูงมาก เพราะระบบหลังบ้านถูกต้อง ในขณะที่บางเจ้าใช้งบเดือนละแสน แต่ได้กลับมาไม่คุ้ม เพราะทีมแชทปิดไม่ได้
งบไม่ใช่ปัญหา ระบบต่างหากที่เป็นปัญหา
Agency บอกว่าราคาต่อข้อความถูก แสดงว่าแอดดีแล้วใช่ไหม?
ไม่เสมอไปครับ ราคาต่อข้อความต่ำแปลว่าคนทักเข้ามาในราคาที่ต่ำ แต่ไม่ได้แปลว่าคนนั้นจะซื้อ
ถ้าราคาต่อข้อความต่ำแต่ปิดการขายได้น้อย ปัญหาอยู่ที่ทีมรับแชท ไม่ใช่แอด การเปลี่ยน Agency ใหม่จะไม่ช่วยอะไรเลย
ถ้าทีมแชทปิดไม่ได้ ต้องเปลี่ยนคนไหม?
ไม่จำเป็นครับ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่คนไม่เก่ง แต่เพราะไม่มีใครสอนวิธีตอบที่ถูกต้องให้เขา
เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่จ้างทีมมาแล้วให้นึกเองทั้งหมด ทั้งที่การตอบแชทคือทักษะที่ต้องฝึก ไม่ใช่สัญชาตญาณ
พอมีวิธีตอบที่ดีและระบบติดตามที่ชัดเจน อัตราปิดขายขยับขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนคน
คลินิกความงามกับคลินิกศัลยกรรม ควรยิงแอดต่างกันไหม?
ต่างกันมากครับ
คลินิกความงามเหมาะกับ Facebook และ Instagram เพราะลูกค้าตัดสินใจเร็ว ใช้ความรู้สึกเป็นหลัก
คลินิกศัลยกรรมเหมาะกับ Google Search มากกว่า เพราะคนที่ค้นหาอยู่คือคนที่ตัดสินใจค่อนข้างแล้ว และ YouTube ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจได้ดีมาก
ถ้าทำทั้งสองแพลตฟอร์มพร้อมกันและวางระบบถูกต้อง จะได้ผลดีกว่าทำแยกกันมาก
แล้วคลินิกคุณปัญหาอยู่ตรงไหน?
ผมชื่อเจ วิทวัส หรือที่รู้จักกันในชื่อโค้ชเจ ทำงานด้านการตลาดและวางระบบธุรกิจให้กับคลินิกมากกว่า 11 ปี ทั้งคลินิกเดี่ยวและคลินิกเชนที่มียอดขายระดับ 9 หลักต่อเดือน
สิ่งที่ผมทำทุกครั้งก่อนแนะนำอะไรคือหาก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ไม่เดา
เพราะคลินิกแต่ละที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน การใช้สูตรเดิมกับทุกคลินิกคือเหตุผลที่หลายคนเสียเงินไปแบบฟรีๆ
ถ้าคลินิกคุณกำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่ และอยากรู้ว่าปัญหาจริงๆ อยู่ตรงไหน คุยกันสั้นๆ 30 นาทีก็บอกได้แล้วครับ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด คลิกที่นี่ได้เลยครับ